สาระน่ารู้

  • 5 สิ่งที่คุณทำแล้วจะเสียสุขภาพทางเพศ

    82
    0
    1)กดดันคู่นอนของคุณให้เสร็จกิจ หากคุณพุ่งไปที่การสำเร็จในช่วงท้ายเกมมากเกินไป อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพทางเพศของคุณ นายแพทย์ Stephen Snydey นักบำบัดทางเพศในนิวยอร์กกล่าวว่า เหตุการณ์เช่นนี้คงจะไม่เกิดขึ้น ถ้าคู่นอนของคุณสามารถไปถึงจุดสูงสุดได้ Snydey กล่าวว่า ทางที่จะแก้ไขปัญหาได้ดีที่สุด คือต่างฝ่ายต่างกระตุ้นตัวเอง คุณอาจจะถามเขาเมื่อคุณใกล้จะถึงจุดนั้นแล้วหรือคุณจะพักก่อนและทำทำกิจกรรมอื่นที่คุณสามารถพาเขามาถึงจุดเดียวกับคุณได้ มิฉะนั้นคุณก็จะได้เพลินกับการดูคู่นอนของคุณสำเร็จความใคร่ด้วยตัวของเขาเอง 2)สอดใส่สิ่งที่สามารถรับประทานได้ ถ้าคุณใช้ของจำพวกผักหรือผลไม้ คุณต้องระวังเรื่องของเศษชิ้นของผักหรือผลไม้นั้นหลุดหรือหักเข้าไปภายในขณะที่คุณสอดใส่อยู่นั้น แพทย์หญิง Leah Millheiser ผู้ช่วยศาสตราจารย์ที่ Stanford University School of Medicine กล่าวว่า เธอมักจะเจอเหตุการณ์เช่นนี้ในห้องฉุกเฉินอยู่บ่อยๆ เธอยังบอกอีกว่า หากคุณจะสอดใส่อะไรเข้าไป คุณควรใช้สิ่งของเฉพาะที่มีไว้เพื่อสอดใส่ เพราะเมื่อสิ่งนั้นมันเข้าไป มันจะไม่สามารถหายไปไหนได้ 3)ประมาทเรื่องของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ คุณอาจจะคิดว่าคู่ของคุณนั้น สะอาด บริสุทธิ์ ไร้โรคติดต่อต่างๆนาๆ แต่มันอาจจะไม่ใช่ คุณอาจคิดผิด Leah Millheiser กล่าวว่า ถ้าคุณมีเพศสัมพันธ์ โดยไม่ได้ป้องกันโรคโดยวิธีต่างๆ หรือฝ่ายชายไม่สวมถุงยางอนามัย คุณกำลังพาตัวเองตกอยู่ในความเสี่ยง และเธอยังบอกอีกว่า เหตุผลที่เรานำมาพูดเพราะมันมักเป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่ละเลย ...
  • 6 เหตุผลว่าทำไมคุณอึมากกว่าปกติ

    67
    0
    1)คุณเพิ่มการกินอาหารที่ดีมีกากใย หนึ่งในเหตุผลทั่วๆไปของการที่คุณอึมากหรือบ่อยกว่าปรกติ เพราะคุณได้รับปริมาณใยอาหารหรือกากใยอาหารมาก นายแพทย์ Rudy Bedford แพทย์เฉพาะทางระบบทางเดินอาหาร ที่ Providence Saint John’s Health Center ซานตาโมนิกาแคลิฟอร์เนีย กล่าวว่า ถ้าคุณจะไดเอทด้วยการเพิ่มปริมาณผักที่คุณกิน มันจะทำให้คุณจะอึมากขึ้นและช้วยแก้ไขปัญหาท้องผูกได้ อีกทั้งกากใยอาหาร จะช่วยลดละดับเคอเลสเตอรอล ป้องกันมะเร็งลำไส้ ลดระดับน้ำตาลในเลือด และโรคริดสีดวง ทวาร 2)คุณอยู่ในช่วงวันนั้นของเดือน การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนมีผลทำให้คุณอึมากขึ้น 3)คุณติดเชื้อ การติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียสามารถทำให้คุณอึบ่อยมากรวมถึงอาการท้องเสีย คุณควรถ่ายของเสียออกให้หมด ไม่ควรรีบกินยาหยุดถ่ายหรือแก้ท้องเสีย เพราะร่างกายจะมีปฏิกิริยาต่อต้านเชื้อในตัวเอง แนะนำให้คุณดื่มเกลือแร่เพื่อทดแทนน้ำและเกลือแร่ที่ร่างกายสูญเสียไป 4)คุณเป็นโรคลำไส้แปรปรวน (IBS) อาการลำไส้แปรปรวนเป็นเรื่องเรื่องธรรมดาในผู้หญิงที่ยังสาวๆ เป็นภาวะเรื้อรังของลำไส้ เป็นสาเหตุของการปวดท้อง ท้องเสีย ท้องผูก อืดเฟ้อ มีลมมาก และทำให้คุณอึมาก 5)คุณนั้นเครียดเกินไป ลำไส้มีการเคลื่อนตัวที่หลวมมากขึ้นเมื่อคุณความเครียด และจะทำให้คุณอึมากขึ้น 6)คุณเพิ่มการออกกำลังกาย การออกกำลังกายเป็นกิจวัตรประจำวันรวมถึงการขยับขเยื่อนร่ายกายบ่อยๆ ทำให้ลำไส้ใหญ่ของคุณ มีกล้ามเนื้อเพิ่มมากขึ้น มันจะช้วยทำให้คุณย่อยได้เร็วขึ้นกว่าปกติ เป็นเหตุผลที่แพทย์แนะนำให้คุณออกกำลังกาย ...
  • 10 สิ่งที่คุณไม่ควรกลัวที่จะทำเวลามีเซ็กซ์ บางข้อควรจะด้วยซ้ำ!

    67
    0
      1)พูดคุยกัน มันจะเป็นกิจกรรมที่หน้าอึดอัดอย่างยิ่ง หากต่างฝ่ายต่างไร้บทสนทนา ในระหว่างที่ร่วมกิจกรรม คุณอาจจะเริ่มต้นด้วยการพูดถึงสิ่งที่คุณต้องการให้เขาทำกับคุณหรือสิ่งที่เขาทำให้คุณพอใจ หากอีกฝ่ายไม่มีความสามารถในการเก็บลายละเอียดปลีกย่อยตามความต้องการของคุณ ดังนั้น คุณก็น่าจะบอกกล่าว ให้คำแนะนำกับเขา แน่นอนว่าเขาจะรู้สึกขอบคุณคุณ ถ้าคุณพูดขึ้นมา 2)ลองสวมบทบาทสมมุติ คุณไม่ต้องทำอะไรให้มันซับซ้อนเลย เพียงแค่คุณจินตนาการ และปล่อยตัวตามสบาย ผ่อนคลายกับบทบาทนั้น ใส่อินเนอร์ลงไป แต่ถ้าหากคุณแข็งทื่อไร้ซึ่งอารมณ์ของตัวละครมันอาจจะทำให้บรรยากาศบนเตียงดูน่าหดหู่ไป 3)การควบคุมเกม ไม่มีเหตุผลใดๆเลยที่จะรอให้ฝ่ายตรงข้ามคุณมีอารมณ์ ทำให้คุณเป็นฝ่ายตั้งรับ ก่อนที่จะทำกิจกรรมร่วมกันในทุกครั้ง ผู้ชายส่วนมากชอบที่จะเป็นฝ่ายตั้งรับสลับรุกเสียมากกว่าการที่เป็นฝ่ายรุกเพียงอย่างเดียว ดังนั้นคุณผู้หญิงควรเป็นคนที่เข้าไปเป็นฝ่ายรุก ซึ่งทำให้ฝ่ายชายนั้น มีความประทับใจอย่างถึงที่สุด 4)ปรับเปลี่ยนท่าท่าง ในการทำแบบธรรมดาทั่วไปเป็นปีๆนั้น อาจจะทำให้คุณสองคนนั้นเบื่อกันได้ ทางแก้ไข คือคุณอาจจะลองเปลี่ยนท่าทาง ซึ่งแล้วแต่คุณจะจินตนาการ เช่น ลองจากนอนเป็นนั่ง จากนั่งเป็นยืน จากเตียงเป็นกำแพง จากกำแพงเป็นระเบียง จากระเบียงเป็นบันได คุณสองคนอาจจะค้นพบสิ่งที่แปลกใหม่และมีคุณภาพสำหรับคุณสองคน 5)บอกเขาไปในสิ่งที่คุณต้องการ หากสิ่งที่เขาทำนั้นมันไม่เพียงพอสำหรับคุณ คุณเพียงแค่บอกข้อเสนอแนะให้กับเขาซักสองสามข้อด้วยน้ำเสียงที่ไม่ดูถูก เพราะเขาไม่สามารถอ่านใจคุณได้ดังนั้นคุณควรบอกเขา จะทำให้คุณทั้งสองคนเอ็นจอยกับกิจกรรมที่ทำร่วมกันนั้น 6)ดูสื่อประกอบการทำกิจกรรม สื่อลามกนั้นจะทำให้คุณสองคนได้พบเจออะไรใหม่ๆ ทำให้คุณสองคนเกิดไอเดียอะไรดีๆที่คุณสองคุณสามารถลองทำได้หากคุณสองคนต้องการ แต่ถึงกระนั้นแล้ว คุณไม่จำเป็นต้องฮาดร์คอหรือพิศดารตามหนังมากเกินไป ...
  • สร้างซิกแพค ลดพุง ท่านชายง่ายๆ แค่ 8 นาที

    82
    0
    ผู้ชายหลายคนลืมสำรวจร่างกายเพราะอาจเพลินกับการรับประทานไปหน่อย พอรู้ตัวอีกที ก็อ้วนลงพุงเสียแล้ว หรือบางท่านก็บ่นว่าไม่มีเวลาออกกำลังกายเลย แต่อยากได้หุ่นซิกแพค จะทำยังไงดี วันนี้เรามีการออกกำลังกายแบบง่าย และใช้เวลาสั้นเพียงแค่ 8 นาที แต่ได้ผลดี มาฝากกัน ท่าออกกำลังกายมีแค่ 4 ท่าดังนี้ 1 ท่า sit up คือ การนอนราบกับพื้น ยกขาตั้งชันเข่าทั้งสองข้าง มือวางบนต้นขา จากนั้น ให้เกร็งหน้าท้องยกลำตัวขึ้นเกือบนั่งพร้อมเลื่อนมือไปถึงเข่า จากนั้นปล่อยตัวนอนราบกลับสู่ท่าเดิม ทำขึ้นลงอย่างนี้ประมาณ 1 นาที แล้วเปลี่ยนเป็นท่าที่ 2 2 ท่ายกขาขึ้น นอนราบ มือวางบนพื้นข้างลำตัว ยกขาทั้งขึ้นพร้อมกันเกือบตั้งฉาก หลังจากนั้นยกขาลงพร้อมกันเกือบถึงพื้นโดยยังเหยียดขาอยู่ ทำขึ้นลงอย่างนี้ 1 นาที 3 ท่าวิดพื้น เป็นท่านอนคว่ำ แต่ตัวไม่แตะพื้น ใช้ปลายเท้าทั้งสองดันพื้นให้ตัวลอย ส่วนแขนใช้ข้อศอกทั้งสองดันพื้นมือจับกัน นิ่งค้างไว้ 1 นาที 4 ...
  • ดีท๊อกซ์ตับง่ายๆ ด้วยตัวคุณเอง

    90
    0
    ตับเปรียบเสมือนเป็นโรงงานบำบัดของเสียประจำร่างกาย เมื่อเราใช้ชีวิตที่ผิดๆ เช่น ดื่มแอลกอฮอล์ ทานอาหารที่มีมันมาก แป้งมาก น้ำตาลมาก ทำให้ตับทำงานหนัก ขจัดของเสียไม่หมด จึงสะสมกลายเป็น ไขมันพอกตับ ชึ่งถ้าถึงขั้นรุนแรง ระยะสุดท้ายจะกลายเป็นมะเร็งตับในที่สุด คำว่า ดีท็อกซ์ ทางการแพทย์หมายถึง การล้างพิษตับเท่านั้น ไม่ใช่วิธีการสวนล้างลำไส้อย่างที่ทุกคนเข้าใจ เพราะตับไม่ได้อยู่ในส่วนของระบบการย่อยอาหาร ดังนั้นการล้างพิษตับคือ วิธีที่ใส่สารใดๆ เพื่อให้เข้าไปยังตับโดยตรง ใช้ในกรณีที่ผู้ป่วยเป็นโรครุนแรงเท่านั้น ดังนั้นถ้าโดยทั่วไปแล้ว เป็นเพียงระยะเริ่มต้น หรือป้องกัน ก็สามารถทำได้วิธีการ 3 อย่างคือ 1 เรื่องอาหาร คือ หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำร้ายตับ เช่น หัวกุ้ง ไข่ปู ตับห่าน ชีส กะทิ แคบหมู หมูหัน หนังสัตว์ อาหารทะเล ยกเว้นปลา อาหารทอด นม เนย ทุเรียน ขนุน ไข่แดง ...
  • ลดน้ำหนักอย่างไรไม่ให้โยโย่

    82
    0
    โรคอ้วน เป็นบ่อเกิดของโรคร้ายอื่นๆ ตามมามากมาย อาทิเช่น โรคหัวใจ ความดัน เบาหวาน หลอดเลือดอุดตัน ฯลฯ และผลเสียทางกายภาพ ได้แก่ เจ็บเข่า นอนกรน นอนไม่หลับ ร่างกายไม่กระฉับกระเฉง ในปัจจุบันจึงมีการรณรงค์ให้ผู้ที่มีภาวะโรคอ้วนลดน้ำหนัก เพราะมีแต่จะเกิดผลเสียมากกว่าผลดี เป็นการป้องกันโรคร้ายต่าง ๆ ไว้ก่อน และการเข้าใจผิดในเรื่องการลดน้ำหนักของคนส่วนใหญ่คือ การอดอาหาร นั้นถือว่าไม่ถูกต้องอย่างยิ่งและมีผลเสียคือ การอดอาหารจะทำให้กล้ามเนื้อหายไป 80% กระดูก 10% และไขมันเพียง 10% ซึ่งการอดอาหารยังมีข้อเสียอีกอย่าง คือ เมื่อเลิกอดอาหารเมื่อไหร่ จะเกิดโยโย่เอฟเฟ็กซ์ทันที คือน้ำหนักจะเพิ่มขึ้นอีก 20% ดังนั้นการอดอาหารจึงไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องสำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนัก วิธีที่ถูกต้องคือ การลดไขมัน เพราะจะไม่ทำให้เกิดโยโย่กลับมาและสุขภาพก็จะดีขึ้นด้วย ด้วยการทำดังต่อไปนี้ 1 กินให้เป็น คือ มื้อเช้า ทานอย่างราชา มื้อกลางวัน ทานปกติ มื้อเย็น ไม่ทานแป้ง ของหวานเลือกทานแต่โปรตีนหรือผัก ...
  • กินแคลเซึยมอย่างไรให้ถูกวิธี

    71
    0
    เราทุกคนมีความรู้เรื่องแคลเซียมตั้งแต่เด็กว่า กินอาหารที่มีแคลเซียมจะช่วยสร้างกระดูกและฟัน แต่นอกเหนือจากนั้น รู้ไหมว่าแคลเซียมยังมีประโยชน์อื่น ๆ อีก ได้แก่ ช่วยในเรื่องการทำงานของหลอดเลือด ระบบประสาท ผิวหนัง กล้ามเนื้อ จึงถือได้ว่าแคลเซียมมีประโยชน์มากและขาดไม่ได้ แต่ข่าวร้ายก็คือ คนเราโดยส่วนใหญ่ทานอาหารที่มีปริมาณแคลเซียมโดยเฉลี่ยแล้วไม่ถึงตามที่ร่างกายควรได้รับในแต่ละวัน คนเราต้องการแคลเซียมเท่าไหร่? คนที่มีอายุน้อยกว่า ถึง40 ปี ต้องการแคลเซียมประมาณ 800 มก หรือเทียบกับนมคือ 3-4 แก้วต่อวัน ช่วงอายุ 50 ปี ต้องการ 1000 มก หรือเทียบกับนม 4-5 แก้วต่อวัน ช่วงอายุ 60 ปี หรือ หญิงตั้งครรภ์ต้องการ 1200 มก หรือเทียบกับนม 6-7 แก้วต่อวัน อาหารที่มีแคลเซียมอยู่มาก คือ นม ชีส ปลาเล็กปลาน้อย ผักใบเขียวต่าง ๆ ...
  • นอนอย่างไรไม่ให้แก่และสดชื่น

    92
    0
    การนอน ถือเป็นการพักผ่อนที่ดีที่สุดที่ร่างกายต้องทำทุกวัน และนอกเหนือจากการพักผ่อนแล้ว สมองได้ใช้เวลานี้ในการบันทึกความจำในแต่ละวัน การนอนในหนึ่งคืนนั้น แบ่งได้ออกเป็น 2 ช่วง ได้แก่ 1 Non Rapid Eye Movement Sleep (NREM) คือ ช่วงที่นอนแล้วตาไม่กระดุกกระดิก 2 Rapid Eye Movement Sleep (REM) คือ ช่วงที่ลูกตามีการกลอกไปมา ซึ่งช่วงแรกนั้นยังแบ่งย่อยเป็น 3 ระยะคิอ – ระยะที่หนึ่ง คือช่วงเริ่มเข้านอน ยังไม่หลับดี ใช้เวลา 10 นาที – ระยะที่สอง คือ ครึ่งหลับครึ่งตื่น ระยะนี้ใช้เวลา 30 นาที สมองส่วนที่หลับจะมีการบันทึกความจำ – ระยะที่สาม คือ หลับลึก ช่วงนี้คลื่นสมองจะต่ำลงมาก อุณหภูมิร่างกายเริ่มลดลง ...
  • กำจัดนิ่วในไตด้วยเครื่องดื่มเพียงครึ่งแก้ว

    299
    0
    ปัจจุบันคนเราป่วยเป็นโรคนิ่วในไตกันมาก สามารถพบได้ทั้งในผู้ชายและผู้หญิง ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เราอาจเป็นโรคนิ่วได้แก่ การรับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูง คาร์โบไฮเดรตสูง และไขมันต่ำ ซึ่งกระตุ้นให้เอนไซม์สลายซิเตรททำงานได้ดี ซิเตรทในปัสสาวะน้อยลง อาหารที่ควรรับประทาน ได้แก่ ผัก ผลไม้ เช่น ส้ม มะละกอสุก มะขามสุก และมะนาว เพราะผักและผลไม้เหล่านี้มีสารที่ยับยั้งการเกิดนิ่ว กลั้นปัสสาวะนานๆ ความเครียด ทำให้มีปริมาณของแคลเซียมในปัสสาวะเพิ่มมากขึ้น สามารถตกตะกอนเป็นก้อนนิ่วได้   ตามปกติแล้ว นิ่วในไตสามารถรักษาได้ด้วยยาโพแทสเซียมซิเตรท ซึ่งการทำงานของยาชนิดนี้ก็คือ โพแทสเซียมจะทำให้เกลือแร่ในร่างกายเกิดความสมดุล และซิเตรทจะจับตัวกับแคลเซียมในปัสสาวะ เกิดเป็นสารละลายชนิดหนึ่งที่ละลายน้ำ ไม่ตกตะกอนเป็นนิ่ว แต่มีข้อจำกัดคือ ยานี้ไม่สามารถใช้ได้กับผู้ป่วยที่มีปริมาณโพแทสเซียมในเลือดสูงอยู่แล้ว มีผลวิจัยที่เผยว่ามะนาวสามารถออกฤทธิ์ได้ตามธรรมชาติ ทำให้แพทย์เรียกวิธีการรักษาเช่นนี้ว่า Lemonade Therapy (การบำบัดด้วยมะนาว)   กรดซีตริกจะเป็นตัวไปป้องกันการเกิดนิ่ว หรือหากเกิดนิ่วขึ้นในไตแล้ว กรดซีตริกก็จะไปละลายนิ่วให้มีขนาดที่เล็กลง ถ้ามีปริมาณของกรดซีตริกในปัสสาวะมาก ก็จะลดความเสี่ยงที่จะเกิดนิ่วในไตได้   เพื่อช่วยให้คุณสามารถต่อสู้กับนิ่วในไตได้ เพียงแค่ดื่มน้ำมะนาวแท้ครึ่งแก้ว (4 ออนซ์) นำน้ำมะนาวสด 2 ...
  • ดีท๊อกซ์ตับง่ายๆ ด้วยตัวคุณเอง

    92
    0
    ตับเปรียบเสมือนเป็นโรงงานบำบัดของเสียประจำร่างกาย เมื่อเราใช้ชีวิตที่ผิดๆ เช่น ดื่มแอลกอฮอล์ ทานอาหารที่มีมันมาก แป้งมาก น้ำตาลมาก ทำให้ตับทำงานหนัก ขจัดของเสียไม่หมด จึงสะสมกลายเป็น ไขมันพอกตับ ชึ่งถ้าถึงขั้นรุนแรง ระยะสุดท้ายจะกลายเป็นมะเร็งตับในที่สุด คำว่า ดีท็อกซ์ ทางการแพทย์หมายถึง การล้างพิษตับเท่านั้น ไม่ใช่วิธีการสวนล้างลำไส้อย่างที่ทุกคนเข้าใจ เพราะตับไม่ได้อยู่ในส่วนของระบบการย่อยอาหาร ดังนั้นการล้างพิษตับคือ วิธีที่ใส่สารใดๆ เพื่อให้เข้าไปยังตับโดยตรง ใช้ในกรณีที่ผู้ป่วยเป็นโรครุนแรงเท่านั้น ดังนั้นถ้าโดยทั่วไปแล้ว เป็นเพียงระยะเริ่มต้น หรือป้องกัน ก็สามารถทำได้วิธีการ 3 อย่างคือ 1 เรื่องอาหาร คือ หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำร้ายตับ เช่น หัวกุ้ง ไข่ปู ตับห่าน ชีส กะทิ แคบหมู หมูหัน หนังสัตว์ อาหารทะเล ยกเว้นปลา อาหารทอด นม เนย ทุเรียน ขนุน ไข่แดง ...